holme's profile๐oO เรื่องเห็ดๆของคนหัวเ...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
๐oO เรื่องเห็ดๆของคนหัวเห็ด Oo๐I always play all a life time. October 21 แค่อยากจะบอกว่าคิดถึง พวกมึง หวะวันนี้ตื่นมาตั้งแต่เช้าตรู่ ตี 5 ได้มั้ง ตื่นมาทำอารายน่ะหรอ ก้อตื่นมาทำรายงานของท่านพี่ชายสุดที่รัก ที่จะจบแหล่มิจบแหล่อยู่แล้ว ก้อต้องช่วยๆกันไป
ตื่นมาก้อเบลอๆ
ก้อนะ กลับมาก้อจะตี 1 แล้ว
ไปกินข้าวกับเพื่อนสมัยมัธยมมา นัดรวมตัวกันที่ร้านอารายว้า สวนอโศกมั้ง หรืออารายซักอย่างอ่ะ ก่อนโรงพยาบาลจักษุรัตนิน
ก้อดีนะบรรยากาศดี ค่อนข้างเป็นส่วนตัวดีอ่ะ เพราะคนไม่เยอะ ในร้านก้อแยกเป็นโซนๆโซนพั่บๆ (ผับ) โซน restaurant และก้อโซนคาราโอเกะ
วันหลังจะนัดกันมาร้องนะ ทุ่ม - ตีหนึ่ง 1200 บาท โอเคเลย ถูกกว่ามาบุญครอง แต่อาหารค่อนข้างแพงเลย โฆษณาให้ร้านมาเยอะแหละ555 ต่อนะ
แต่ที่เด็ดกว่านั้นการนัดครั้งนี้สุดยอดมาก ไม่น่าเชื่อว่าจะรวมตัวกันได้เยอะขนาดนี้ แมร่ง มากัน 5 คน เห็ดดอก + ดอกทอน มากเลย แอบเซรงๆเล็กน้อยถึงปานกลาง ก้อมีอารมณ์เสียแบบกระจายๆอยู่ทั่วโต๊ะ แต่ก้อไม่เป็นไร สนุกไปตามอัตถภาพ 5 คน
คุยกันหลายเรื่อง มากๆ ย้อนกลับไปวัยเด็ก ขำดี สมัยที่ยังล้อชื่อพ่อแม่อยู่ ไม่อยากจะบอกว่าจะเพื่อนเก่าๆได้เยอะมาก คงเพราะเป็นคนติดเพื่อนมั้ง เลยจำได้เยอะ จำได้ไปถึงชื่อพ่อ ชื่อแม่ เลย 555 คิดถึงเพื่อนหลายๆคนมากเลย คราวหน้าน่าจะรวมตัวกันให้ได้เยอะกว่านี้นะ จะแฮปปี้มากเลย คิดถึงทุกคนเลยนะ
PS I ผู้ที่ร่วมชะตากรรมในครั้งนี้ สุจุ๋ม อาผี เจ๊มง แล้วก้อ เต้ย(แฟนเจ๊มง เราก้อนับเป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อน PSM ไปแล้ว) แล้วอีกคนที่สำคัญ ก้อคือกระผมเอง
PS II ผู้ที่ไม่ได้มา คิมุ ขอโทดน้า ไม่รู้ว่าไม่สบายมากเข้าโรงพยาบาล เลยไปบ่นๆ 555 แต่อยากให้รู้ว่าเราก้อพูดเล่นๆไปงั้นๆอ่ะ อย่าคิดมากนะ หายเร็วๆล่ะ คิดถึง จุ๊บๆ
PS III อาหมี ตัวต้นคิดแต่แมร่งหนีไปภูเก็ต กวนวัยรุ่นมาก เมิงงงงงงง เด๊วไปทุบทีมกะเสดที่ภูเก็ต สาดดดด
PS IV เจน มิ้ง พัน น้องส้ม ไอ้ไอซ์ เต๋อ บอล เบียร์ ไต๋ ครายอีกวะ นึกไม่ออก เอาเป็นว่าคิดถึงหมดนะ
ไปอาบน้ำแหละ นึกไรไม่ออก อย่างแท้เจรงแหละ
ลืม ไป เด๊ว กระผม จะ ไป ภูเก็ต นะ ครับ คง อาจ จะ ไม่ ได้ ออน พัก ใหญ่ ๆ ถ้า คิด ถึง ก้อ โทร มา ได้ June 02 บานบุรีที่ริมรั้วอิอิ อันนี้คงเป็นการอัพบล็อกที่มีสาระจริงๆเป็นครั้งแรกของผมเลยนะครับ
และภาษาที่ใช้ในที่นี้จะพยายาม ใช้ภาษาที่ถูกต้องตามแบบแผน
ซึ่งหากมีข้อผิดพลาดก็หวังว่าทุกคนคงจะช่วยแนะนำนะครับ
ถ้ามีขอเสนอแนะอะไรก็บอกมาได้เลย เต็มที่ นะครับ
บทความ "บานบุรีที่ริมรั้ว" เป็นบทความของคุณประภัสสร เสวิกุล
ซึ่งผมได้คัดลอกมาจาก "เก็บความรักฉันไว้ในใจเธอ" ของสำนักพิมพ์อรุณ ในเครืออมรินทร์
เพื่อให้ทุกคนได้อ่านกันเพราะเห็นว่าเป็นบทความที่แสดงถึงความเป็นไปของชีวิต
เพื่อที่เราจะได้ทำใจยอมรับต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นและพร้อมที่จะเติบโตต่อไป
แม้ว่าจะต้องประสบอุปสรรคต่างๆมากมาย
บานบุรีที่ริมรั้ว
____________________________
ผมปลูกบานบุรีไว้ที่ข้างบ้านหลังเก่าและดูแลมันยังกับลูกอ่อน
ชั่วฝนเดียวก็ทอดยอดขึ้นบนหลังคาโรงรถ
เผลออีกสักพักก็เลื้อยคลุมกระเบื้องอวดดอกสีเหลืองลออ
แม้จะเป็นดอกไม้ที่ไร้กลิ่นหรือมีราคาค่างวด
แต่ลำพังแค่รูปดอกและความดกดื่น
ก็สามารถผูกรัดจิตใจของคนที่พบเห็นได้เสมอ
หลายปีผ่านไป ตัวบ้านและโรงรถเสื่อมโทรมสภาพไปตามกาลเวลา
จนจำเป็นต้องรื้อถอนเพื่อปลูกสร้างใหม่
บานบุรียังคงออกดอกราวกับไม่รับรู้ถึง
ความเปลี่ยนแปลงและชะตากรรมของตัวมันเอง
กระทั่งวันที่มีดและจอบเสียมของคนงาน
ตัด - ขุดมันออกจากพื้นดินที่เคยฝังราก
ผมอดที่จะใจหายไม่ได้เมื่อไม่มีบานบุรีอยู่ในบ้านอีกต่อไป
แต่ก็พยายามทำใจว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นเรื่องปกติของโลก
หนึ่งปีผ่านไป มองออกไปในที่ว่างนอกรั้ว
แลลออด้วยสีเหลืองอร่ามของบานบุรีที่งอกงามแซมพงอ้อและกอหญ้า
เป็นเชื้อสายของบานบุรีที่เคยขึ้นอยู่ในบ้านผม
และบานบุรีที่ถูกคนงานจับโยนออกไปอย่างสิ่งที่ไร้ค่า...แต่วันนี้
มันยังคงยืนหยัดขึ้นมาใหม่อย่างท้าทายโชคชะตา
โดยไม่ยี่หระต่อสิ่งใด และผมอุปาทานว่า
มันงดงามกว่าตอนที่ผมคอยประคบประหงมเสียด้วยซ้ำ
ชีวิตก็เป็นเช่นนี้ ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น
แต่การผ่านพ้นอุปสรรคที่ไม่คาดคิดเหล่านั้น
ย่อมทำให้เรากล้าแกร่งและเข้าใจความจริงของชีวิตมากขึ้น
ประภัสสร เสวิกุล
อ่านจบแล้วคิดยังไงกันบ้างอ่ะ โดยส่วนตัวเราชอบบทความนี้มากเลย
คงเพราะการที่ดอกบานบุรีเป็นตัวของมันเองแบบนี้
ดอกบานบุรีที่ดูไม่มีคุณค่าอะไร กลิ่นหอมก็ไม่มี หาก็ง่ายพบได้ทั่วไป
แต่เมื่อไรที่เราได้ให้หันไปมองมัน เราก็จะรู้สบายใจ สดชื่นขึ้นทันที
และถึงแม้มันเองจะเป็นไม้เลื้อย ที่แสนจะดูต่ำต้อย อยู่เลียดติดพื้น
แต่ก็มันยังสามารถเลื้อยขึ้นมาเพื่อรับแสงอาทิตย์และยังสร้างร่มเงา
รวมถึงพลังในการดำเนินชีวิตของมันเองนั้น แม้ว่าจะถูกตัด - ขุด
หากไม่ตายซะจริงๆก็พร้อมที่จะเจริญเติบโตงอกงามขึ้นมาใหม่
เปรียบกับคนเราหากเรายังมีชีวิตและจิตใจที่ต้องสู้และเผชิญกับอุปสรรคที่เกิดขึ้น
แม้ว่าจะเล็กหรือใหญ่ หากเราผ่านพ้นมาได้ เมื่อนั้นเราก็จิ่งเติบโตและงดงามยิ่งขึุ้น ครายว่าคนไทยไม่รักการเรียนรู้ ผมงี้เถียงขาดใจเนื่องจากวันนี้อารมณ์ดี ก้อเลยมาอัพบล็อกซะหน่อย
หลังจากไม่ได้อัพไม่ได้อัพมานานนมจนนมยาน 55+
ก้อเลยขออัพก่อนไปอินโดฯ ม่่ะจ่ายอัพยาน้า
วันนี้ตอนแรกว่าจะไปแลกตังช่วงบ่ายๆ แถวประตูน้ำมีร้านนึงให้ราคาดีมาก ก่อนไปอินโด
แต่ด้วยกิจวัตรประจำวันที่ต้องแวะสะพานความยก่อนเพื่อซื้อการ์ตูน
ระหว่างที่กำลังเลือการ์ตูนติดเรตอยู่ 55+ ม่ายช่ายๆ
ก้อมีโทรศัพท์จากพี่สาวบังเกิดเกล้าที่หัวเหม่งๆ 55+ โทรมาใช้งาน
หวัดดีคร้บ
60 แก้วหรอ
(อธิบายมุข 60 = 5*12 = 5 โหล = ฮัลโหล) 55+
(แออบคิดในใจก้อกรุส์นะซิ 55+) มีไรหรอคร้าบพี่ ...
.
..
...
....
.....
คุยกันเรื่องแลกตัง ที่จะเอาไปอินโด
.....
....
...
..
.
แล้วแก้วอยู่ไหนหรอ (เริ่มเข้าเรื่อง)
ก้ออยู่สะพานควายอ่ะคร้าบ แวะมาซื้อการ์ตูน
แก้ว คือมีเรื่องจะให้ช่วยหน่อย
มีไรหรอ
.
..
...
....
.....
คุยเรื่องไปซื้อขี้ผึ้งจัดฟัน+แปรงจัดฟัน ให้พี่เค้า
.....
....
...
..
.
ปล. คำพูดของพี่หัวเหม่งจะเป็นสีเทานะ ส่วนของสุดหล่อจะเป็นสีส้ม 55+
แล้วก้อต้องรีบบึ่งไปอนุสาวรีย์แบบด่วนๆ เพราะ คณะทันตะของมหิดล
เค้าปิดกันบ่าย 3 หลังจากซื้ออารายเรียบร้อย
กำลังคิดอยู่ว่าว่าจะไปแรดที่ไหนต่อดี
แต่ก้อตัดสินใจไม่ไปเพราะยังไม่ได้เก็บกระเป๋าเลยแรดไม่ออก
ก้อเลยเดินๆมาเพื่อจะขึ้นรถตรงอนุสาวรีย์เผื่อจะกลับบ้าน
ขณะเดินๆ ก้อสะดุดกับอารายบางอย่างที่ดูขัดกัน แต่ดูดีอ่ะ
คือเจอคนที่มีลักษณะคล้ายคนเก็บขยะตามสี่แยกอ่ะ กำลังเขียนอารายสักอย่างอยู่
ก้อแปลกใจ เลยเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ต้องร้องคร้าบ ต้องร้อง
โอ้ววววววววว แม่เจ้าาาาาาาาาา !!!!!!
เค้ากำลังเขียน ไดอารี่อยู่ เลยดูใกล้เข้าไปอีก
YEDDDDDDDDDDDDD
แต่มันไม่ใช่แค่นี้ เค้าเขียนเป็นภาษาอังกฤษ
สุดยอดคร้าบ เปิดดิกด้วย เขียนเป็นประโยคๆเลย
คือแบบประทับใจมากในความพยายามของเค้ามาก
(ไม่ได้ดูถูกนะ พูดจากใจจริงๆ)
ที่แม้จะเลือกเกิดไม่ได้แต่ก้อมีความพยายามที่จะเรียนรู้ในสิ่งต่าง
คนเราวัดกันที่ภายนอกไม่ได้จริงๆ
รู้สึกละอายใจมากที่ตัวเองมีพร้อมในหลายๆด้านแต่ทำตัวแบบนี้ เหอๆ
ก้อต้องพยายามกันต่อไปไม่ให้พลาดอีก
ก้อเดินไปขึ้นรถเมล์ถึงบ้านแล้วก้อต้องนั่งสองแถวต่อ ทำไงได้ก้อบ้านกรุมันบ้านนอกนี่ว้า
ก้อยืนโหนๆอยู่ก้อไปเห็นเด็กคนนึงกะลังอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่
เด็กคนนี้อายุไม่น่าเกิน 5-6 ขวบอ่ะ แต่กลับบ้านเองคนเดียว
แล้วก้อพยายามสะกดตัวหนังสือในการ์ตูนเผื่อที่จะทำความเข้าใจ
เราว่าครายมาเห็นก้อต้องอมยิ้มอ่ะ ประทับใจอีกแล้ว ประทับใจง่ายเจรงๆ
ภาพเด็กตัวเล็กๆ ทำปากขมุบขมิบ แต่ที่ขำอีกอย่าง คือ มันเป็นการ์ตูนที่อ่านแบบญี่ปุ่น คือจากหลังมาหน้า
แต่เด็กคนนี้อ่านจากหน้ามาหลัง (แล้วจะรู้เรื่องมั้ยเนี่ย)
พอถึงป้ายก้อต้องกดกริ่ง ด้วยคาวมที่ตัวเองยังตัวเล็กๆอยู่ พอๆกับน้องสวป็อบเลย 55+
กดเลยกดไม่ถึง ก้อบอก ปี้่ก้าบ กดฉิ่งให้หน่อย 55+
ถ้าเป็นผู้หญิงพูดเราคงคิดมากแหละน้าแต่นี่เป็นเด็กก้อเลยพยายามไม่คิดไร 55+
ก้อมีแถวนี้แหละเรื่องวันนี้ที่ทำให้เรามีความนสุข
From above
ทุกคนคงเห็นว่า คนไทยรักการอ่านกันขนาดนั้น
ไม่เลือกอายุ หรือฐานะเลย
ฉะนั้นถ้าครายมาว่าคนไทยไม่รักการเรียนรู้นี่
ผมจะเถียงจน...มันยอมแพ้แหละ 55+
April 23 ถึงจะเหนื่อยและอ่อนล้ากับเธอมากแค่ไหน แต่ผมก็ทำใจให้เกลียดเธอไม่ได้ Part I เอ่อ วันนี้ขอซีเรียสกับชีวิตนิดนึงแล้วกันนะครับ ทุกๆคนไม่ต้องตกใจ 55+
มันเป็นเรื่องจริงที่ผมจะเล่าให้ฟังถึงความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเธอคนหนึ่ง
ลองอ่านกันดูแล้วกันนะ ยาวหน่อย
จริงๆผมได้ยินเรื่องเธอมานานแล้วแหละ ตั้งแต่ผมอยู่ม.ปลายและผมได้พยายามรู้จักกับเธอโดยผ่านรุ่นพี่ที่จบออกไปแล้ว
แต่ด้วยการที่รุ่นพี่ของผมนั้นไม่ค่อยใสใจในการประสานความสัมพันธ์ของเราเท่าไร นักบวกกับอีกหลายๆปัจจัย
ไม่ว่าจะเป็นระยะทางที่เราห่างกัน(ในตอนนั้นบ้านผมยังไม่มีอินเตอร์เนต)
หรือข้อห้ามข้อทางโรงเรียนจึงทำให้ผมล้มเลิกที่จะติดต่อหรือจะทำความรู้จักกับเธอไประยะหนึ่ง
ต่อมาเมื่อผมได้เข้ามหาวิทยาลัย ผมได้รู้จักกับเธออีกครั้ง โดยผ่านรุ่นพี่อีกกลุ่มหนึ่ง
รุ่นพี่ที่แสนดีนั้นได้พยายามให้ผมได้ทำความสนิทสนมกับเธอ
แต่เนื่องจากตอนนั้นผมได้มีเธอที่ใช่อยู่แล้วและก็หลายคนอยู่แล้วด้วย 55+
(จริงๆแล้วผมก็ผ่านเรื่องแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว)
และด้วยที่เราไม่ได้ติดต่อกันมานานทำให้ผมไม่ค่อยใส่ใจกับความสัมพันธ์มากเท่าใดนัก
อีกอย่างผมฟังเรื่องที่เธอและรุ่นพี่คุยกันไม่ได้ คงเพราะเราคุยกันคนละภาษา ผมจึงเลิกที่ใส่ใจกับเธอ
จนผมได้ขึ้นมาอยู่ปี 2 ตอนนั้นเองผมก็เริ่มเบื่อความจำเจของคนเก่าพยายามหาอะไรที่แปลกใหม่
ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผมได้ ซึ่งคนเก่าที่ผมเคยคบไม่สามารถให้ได้
แต่ยอมรับว่าก้อเคยมีคนหนึ่งที่ผมคบ เธอคนนั้นก้อสร้างความแปลกใหม่ให้ผมตลอดเวลาเหมือนกัน
และผมก้อจินตนาการตลอดเวลาที่อยู่กับเธอเลยล่ะ ว่าจะสัมผัสจุดไหนถึงจะดี
แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเราก้อต้องจบลงเพราะผมกับเธอคงสามารถถึงจุดสุดยอดได้
แต่ก้อคงทำได้นะถ้าผมพยายามอีกหน่อยแต่ก้อผิดที่ผมเองที่ตอนนั้นไม่มีความพยายามพอ
ผมได้เลิกไปหลายคนแล้วจึงได้กลับมามองดูเธออีกครั้งเธอที่มอบความแปลกใหม่ให้กับชีวิตของผม
ผมจึงได้เริ่มทำความรู้จักกับเธออย่างจริงๆจังๆ อีกครั้งแม้ว่าผมจะแอบคิดในใจว่า
เด๊วก้อคงอีหรอบเดิม ที่เลิกลากันไป แต่ก้อยังติดต่อกันอยู่นะ คนที่เลิกไปแล้วอ่ะ
เธอเป็นคนรู้จักคนมากหน้าหลายตา และมีสังคมหลายระดับ เธอผ่านมือชายมาหลายคน เจรงๆ ก้อไม่ใช่แค่ผู้ชายหรอก
เท่าที่ผมดูนะ (ตอนหลังผมมาทราบว่ามีรุ่นน้อง หลายคน สนใจเธอ และบางคนก้อได้ลองเธอแล้ว)
แต่ในตอนช่วงแรกที่ผมได้คบกับเธอ ในตอนนั้นเพื่อนผมอีกคนก้อได้ลองคบกับเธออยู่ด้วย
ช่วงนั้นผมก้อมีโมโหเพื่อนคนนั้นบ้าง ก้อไม่ใช่เรื่องอื่นใด แต่เป็นเรื่องระหว่างเรา 3 คน
ตอนหลังเพื่อนคนนี้ของผมก้อเลิกคบกับเธอไปแต่ก้อยังมีต่อต่อกันบ้างซึ่งผมก้อรู้นะ แต่คงไม่สามารถทำอะไรได้
ตลอดเวลาที่เราได้ลองคบกัน ผมต้องปวดหัวเสมอเวลาอยู่กับเธอ และได้รับคำติฉินต่างๆนานา
เพราะอารายนะหรอ เพราะกับเธเอนั้นเล่นกันทั้งบนรถ บนโต๊ะ ที่ชมรม คนที่เห็นผมเล่นกับเธอนั้นก้อไม่พอใจ
ก้อได้เตือน+สอนว่าควรทำอย่างงั้นอย่างงี้ ซึ่งผมก้อรู้สึกกดดันเหมือนกันนะที่ต้องทำตาม
แต่ผมก้อรับฟังและพร้อมี่จะปรับปรุง เพื่อให้ไม่โดนว่าได้และผมก้อยังคบกับเธออยู่
โดยไม่สนใจคนรอบข้าง และพยายามทำตัวไม่ให้คนเหล่านั้นว่าได้ แต่ก้อยังมีบ้างอยู่ดีแหละ
เพราะผมก้อคนทำมะดานะ ต้องมีเผลอรู้อดใจไม่ได้บ้างแหละ
มีปิดเทอมช่วงนึงที่ผมได้อยู่กับทุกวัน เกือบทั้งวันช่วงเวลานั้นผมไม่สามารถบอกได้ว่าผมมีความสุขหรือป่าว
เพราะผมต้องเหนื่อยมากระหว่างที่ผมอยู่กับเธอ ถึงขนาดนั้นกลับบ้านไปต้องนอนพักเอาแรง(ๆ)กันเลยทีเดียว
(ที่มีไม้ยมกเพราะว่า ให้รู้ว่า ต้องนอนเอาแรง หลายรอบ มันเหนื่อยมากเจรงๆ)
นั้นก้อเป็นอีกเหผลหนึ่ง แต่อีกเหตุผลหนึ่ง
คงเพราะผมก้อต้องปวดหัวกับเธอตลอดเวลาที่อยู่กับเธออยู่ดี อย่างที่บอกไปตอนแรกแหละ
แต่ก้อบ่นไปงั้นๆแหละ เจรงๆแล้วผมมีความสุขมาก ผมรู้ว่าผมไม่สามารถที่จะปฏิเสธความต้องการส่วนลึกที่อยากอยู่กับเธอได้เธอ
ผมอยากอยู่กับเธอ อยากสัมผัสเธอ อยากจับเธอ อยาก...มากมาย
ถ้าคนไม่รู้จักเธอ ผมคงไม่สามารถอธิบายได้ว่า อยากทำอารายกับเธอบ้าง มันหลายท่าเหลือเกิน บรรยายไม่ถูกอ่ะ
เอาเป็นว่าผมอยากเล่นเธอทุกท่าเลย ทุกท่าเท่าที่ผมนึกออก
เพราะความที่เธอเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้ผมต้องพยายามปรับตัวให้เข้ากับเธออยู่ตลอด
นั้นแหละมั้งที่ทำให้ผมไม่เบื่อเธอ และมีความสุขมาก
ผมรู้แต่เพียงว่าผมคิดถึงเธอเกือบตลอดเวลา ถึงขนาดเก็บเธอไปฝัน จนละเมออกมา (รุ่นน้องบอกมา)
เรื่องระหว่างผมกับเธอยังไม่จบนะครับ เด๊วผมจะกลับมาอัพ เพราะมีความทรงจำบางส่วนที่ได้ลืมเลือนไปบ้าง
เพราะประสยบกสรณ์ที่ผมได้อยู่กับเธอนั้นมันช่างมากมายเหลือเกิน
ปล. ผมเขียน love sory นะไม่ได้เขียน sex story ฉะนั้นไม่ต้องคิดมากล่ะ 55+ April 17 กรุเครียด เครียด + ฮาสาดดดดดดดดดดดดดด อีกครั้งในรอบหลายปี ที่ดูหนังแล้วเครียดอย่างนี้ วันนี้ไปดูแฝดมา ขนาดฟังเพื่อนเล่าให้ฟังตั้งหลายรอบ ถึงขนาดกรอกหูแล้วก้อเหอะ แต่ก้อยังเครียดอยู่ดีแมร่ง น่ากลัวอิ๊บ มาช่าก้อแสดงดี๊ดี แสดงจนผม...แข็ง เลยตกใจมากๆ ตัวแข็งนะจ๊ะ อย่าคิดมากๆ ก้อไม่ให้เครียดได้ไง นั่งก้อข้างหลัง แถมข้างๆยังไม่มีครายอีก คนในโรงก้อน้อย เพราะหนังใกล้จะออกแล้ว สรุปว่าเป็นหนังที่ดูแล้วน่ากลัวดี ไม่ดิไม่น่ากลัวอ่ะแต่มันก้อดูน่ากลัวอ่ะ บอกไม่ถูกวะ เอาเป็นว่าชอบแล้วกัน หลังจากดูหนังเครียดๆเสดดก้อไปดูหนังฮาสาดดๆ อย่างเมล์นรกฯ ต่อ แค่เห็นหน้า เทพ โน๊ต กิ๊ก ก้อขำแล้วอ่ะ ถ้าไม่คิดไรมากก้อดีนะ ขำดี ชอบอีกแล้ว อิมกะเฟสก้อน่ารักดี ชอบๆ ตอนหลังเหมือนจะซึ้ง+เส้าวะ แอบสงสารซูโม่กิ๊กอ่ะ เหอๆ ไปดูกันเองแล้วกัน ไม่อยาก spoiled อ่ะ เอาเป็นว่าเมล์นรกอ่ะ แค่หนังฉายก้อขำไปแลวเกือบชม.อ่ะ ไปดูกันเองแล้วกันนะ ไม่มีไรแหละ |
|
||||
|
|